แฮกเกอร์ เก่งอันดับ 1 ของโลก

คนเราเมื่อมีความเก่งกาจหรือความเฉลียวฉลาดไปในด้านใดด้านหนึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ควรที่นำความสามารถตรงนั้นมาใช้ในเรื่องดีๆ ทว่าเราก็ยังคงจะได้ยินคำๆ หนึ่งที่มักใช้เรียกกับคนที่มีความเก่งกาจทางด้านคอมพิวเตอร์และระบบไอทีแต่นำมาใช้แบบผิดๆ ซึ่งคนเหล่านั้นเรามักจะเรียกกันว่า แฮกเกอร์ คนพวกนี้นอกจากจะมีความเก่งกาจในด้านของระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์แล้วยังมีความสามารถในด้านของจิตวิทยา ถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างฉลาด มีความรู้เยอะ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นแฮกเกอร์ที่เก่งที่สุดในโลกจะต้องมีอย่างแน่นอน

คนที่ทั่วทั้งโลกให้การยอมรับว่าเป็นแฮกเกอร์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกในยุคของเขานั่นก็คือ Jonathan James เกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1983 ถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ที่สูงมาก เขามีความสามารถที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็วถือว่าเป็นตำนานแฮกเกอร์ในด้านมืดหรือที่เรียกว่า Black-Hat Hacker ขนานแท้ เพราะว่าความผิดตอนที่เขาได้กระทำลงไปนั้นเขามีวัยเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น เขาได้ใช้ชื่อรหัส c0mrade สร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยการไปเจาะระบบข้อมูลต่างๆ ของหน่วยงานที่มีชื่อเสียงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อาทิ บริษัทโทรศัพท์ Bellsouth ที่เขาได้ทำการแฮกข้อมูลเข้าไปเพื่อที่จะได้สามารถใช้โทรศัพท์ในการโทรไปที่นั่นที่นี่แบบฟรีๆ หรือจะเป็นการแฮกเข้าไปยังหน่วยงาน DTRA กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เพื่อเข้าไปทำการอ่านข้อมูลสุดลับเรื่องต่างๆ ของประเทศ และที่เด็ดที่สุดของวีรกรรมนักแฮกเกอร์รายนี้ก็คือ การแอบเข้าไปฝังระบบตัวเองอยู่ใน Backdoor ขององค์การนาซ่า นั่นทำให้เขาได้ล่วงรู้ความลับต่างๆ มากมาย พร้อมกันนี้ยังมีการขโมยโปรแกรมที่ทางนาซ่าคิดค้นเอาไว้ออกมาด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 4.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นั่นทำให้นาซ่าจำเป็นต้องปิดระบบนี้ในภายหลัง และสูญเงินไปอีกหลาย ซึ่ที่แสบกว่าก็คือในส่วนของคำให้การที่เขาบอกว่าต้องการจะขโมยเพื่อมาทำการฝึกภาษา C เท่านั้นเอง แถมยังมีการกัดเจ็บๆ ไปด้วยว่าโปรแกรมเห่ยๆ แบบนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้อย่างไร

อย่างไรก็ตามในปี ค.ศ. 2008 ก็ได้มีข่าวสะเทือนวงการแฮกเกอร์เมื่อเขาได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายเนื่องจากเขาถูกใส่ร้ายว่าตัวเองเป็นคนสมรู้ร่วมคิดในการแฮกเข้าไปปล้นเงินของบริษัทบัตรเครดิตออนไลน์ เนื่องจากตัวเขาอยู่ในกลุ่มของทีมที่กระทำผิดด้วย โดยจดหมายลาตายของเขาระบุเอาไว้ว่า ผมไม่เชื่อในระบบยุติธรรม บางทีการกระทำครั้งนี้ของผมเองทำให้ผู้คนนั้นแข็งแกร่งขึ้น ผมเองไม่สามารถที่จะควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้อีกต่อไป และนี่น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ผมดีขึ้นได้จริงๆ